พม่าสปริง
“ความหนาวเหน็บของอาณาจักรพุกามที่สะท้าน
เข้าไปถึงทรวงอาณาจักรล้านช้าง และอาณาจักรขอม”
ตอนที่ 3 : เทพอสูญ 3 เกลอ
ประชาธิปไตยนอมินี สัภเวสีชักใย
.....(3-1) : ปฐมบท
ที่มาและที่ไป
โดย ดร.ทินโน ขวัญดี .................สำนักสวนพลู
20 พฤศจิกายน
พ.ศ.2558
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
...พ.ศ.2531 ยุคประชาธิปไตยส่งออก ออง ซาน ซู จี
กลับประเทศ เยี่ยมมารดา สังคมโลก และต่างประเทศประโคมข่าว สร้างกระแส
ดั่งนารีขี่ม้าขาว เธอคือบุตรีของบิดากู้ชาติ พม่า นายพลออง ซาน
ผู้ซึ่งเรียกร้องเอกราชจากพม่า พร้อมเพื่อนในอุดมการณ์เดียวกัน สามสิบคน
ที่เรียกกันว่า ตรีทศมิตร และเป็นประธานาธิบดีคนแรกของพม่า
...การเยี่ยมเยียนมารดาหาใช่เป็นเรื่องใหญ่โตไม่ หากแต่ทหารพม่า
รัฐบาลที่ปกครองโดยทหาร กลับระแวงสังสัย ในเรื่องที่กำลังจะเกิด
การคาดการณ์นั้นหาใช่จะเกินจริงไม่ (ทำไมทหารพม่าจึงรู้ ซึ่งมันน่าสงสัย
รู้ได้อย่างไร) ประชาชนคนพม่า โดยมีออง ซาน ซูจี
เป็นแกนนำในเรื่องเรียกร้องประชาธิปไตย (ไหนบอกว่ามาเยี่ยมแม่) ความเป็นธรรม
ความชอบธรรม ประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ความเสมอภาค และภราดรภาพ
ของคนในแผ่นดิน (ฟังคล้ายๆ หรือเหมือนกับว่าในประเทศข้างเคียง ที่เกิดขึ้น
ฝั่งตะวันออกของอ่าวเมาะตะมะ) และจบลงด้วยการปราบปรามอย่างหนัก ..ในวันที่แปด
เดือนแปด ปีแปด แปด (เรียกกรณีนี้ว่า เหตุการณ์ 8.8.88) ... มีคนล้มตายและหลบหนี ออกไปอยู่ต่างประเทศ
โดยเฉพาะประเทศไทยจำนวนมาก ออง ซาน ซูจี ถูกทหารพม่าจับ และกักบริเวณ ณ
บ้านพักกลางกรุงย่างกุ้งนั่นเอง
....ประเด็นที่น่าสนใจ ...
· ใช่หรือไม่ ที่ออง ซาน ซู จี กลับประเทศเพื่อเยี่ยมมารดา ด้วยใจที่บริสุทธิ์
ผุดผ่อง โดยมิได้มีภาระกิจ หรือเจตนา หรือ คำสั่งให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง
และการปกครองประเทศ มีใครแอบหลบซ่อนตัวอยู่หลังฉากละคร เพื่อการกำกับเหตุการณ์
อยู่หรือไม่
· ผู้ที่มาประท้วง มาด้วยเจตนาบริสุทธิ์
เพื่อต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย อย่างแท้จริง หรือมีการสวมรอย ร่วมด้วยช่วยกัน
จากกลุ่มผู้ไม่หวังดี และมีการอุดหนุน แซกแทรงจากต่างชาติ มีการปลุกปั่น
ปลุกเร้าให้ประชาชน นักศึกษา และพระสงฆ์ ไหลรวมกันด้วยกระแสของประชาธิปไตยส่งออก (Tide)
หรอกหรือ
· มีการพูดกันว่า ในสังคมพม่า
สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคน ที่ฝังเข้าไปในจิตวิญญาณ
นั่นคือความศรัทธาอันแรงกล้าต่อพุทธศาสนา
ดังมีเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นแล้วให้ปรากฎชัดแก่สายตาชาวโลก นั่นคือ
กรณีห้ามสวมเกือกเข้าวัด ชาวพม่ายินยอม ก้มลงนอน ทอดกาย ให้คนอังกฤษเหยียบย่ำ
เดินใส่รองเท้าเข้าวัด ชะเวดากอง (No foot wear) ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนความจริงที่ว่า
ความศรัทธาอันแรงกล้าเหล่านั้นมันฝังลึกเข้าไปในหัวใจของคนพม่า แม้นต้องก้มลงนอนให้
“ ส้นตีนอังกฤษเหยียบย่ำ.” ก็ยินยอมในการรักษาไว้แห่งความศรัทธาในพระพุทธศาสนา......จากปัจจัย
และวิถีแห่งศรัทธานี่เอง มันเป็นกลยุทธ์ และวิธีการแห่งมาร มารที่วางแผนเอาชิวิต จิตใจ
และความเชื่อมาเป็นตัวเล่น กลเกมส์ของการเมือง .... “ หากใช้แนวร่วมในการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง
แปลงกาย แปลงตนเป็นพระ เมื่อถูกปราบปราม หรือถูกยิงตาย ฆ่าตาย ประเด็นใหญ่
และความชอบธรรม ต่อประชาชน คนพม่า จะยอมรับไม่ได้”
เรื่องมันจะยิ่งบานปลาย ถึงอาจรัฐบาลล้มคว่ำในบัดดล วิธีคิดนี้ก็เช่นกัน ชาวพุทธ ประเทศพุทธ
ทั้งหลายก็ยอมรับไม่ได้เช่นกัน ในกรณีที่ รัฐบาลปราบปรามเด็ก
นศ.และพระอย่างโหดร้าย.....และนี่คือยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ ที่ได้ผล ....(ประเด็นที่น่าคิดและน่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งที่หลุดรอด
ออกมาจากฝากฝั่งเทือกเขาตะนาวศรี )
...พ.ศ.2533 รัฐบาลพม่าทนแรงเบียดและบีบคั้นจากภายนอกไม่ไหว
จึงจัดให้มีการเลือกตั้ง ในขณะที่ ออง ซาน ซูจี ยังถูกกักบริเวณในบ้านพักก็ตาม
แต่ผลที่ออกมาในการเลือกตั้ง พรรค NLD ของ ออง ซาน
ซูจี ก็ชนะอย่างถล่มทลาย มากกว่า แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของการเลือกตั้ง รัฐบาลทหารพม่า
หันรีหันขวาง แก้ปัญหาไม่ได้ แม้นจะใช้วิธีการต่างๆ สารพัดวิธีการในการเลือกตั้ง
ก็ไม่สามารถเอาชนะพรรคของออง ซาน ซูจีได้
( ที่จริงพม่าน่ามาศึกษาและเรียนรู้ระบอบการเลือกตั้งเมืองไทย
ทำอย่างไร ที่รัฐบาลทหารไทย ทำได้)
....ประเด็นที่น่าสนใจ...
·
อะไร และใคร เป็นตัวบีบ และแรงบีบ ให้รัฐบาลทหารพม่า จัดให้มีการเลือกตั้ง
หรือ รัฐบาลทหารพม่า ต้องการผ่องถ่ายอำนาจโดยความบริสุทธ์ใจ
·
ทำไมรัฐบาลทหารพม่าซึ่งมีทั้งอำนาจ บารมี โดยการปกครองประเทศมาอย่างยาวนาน
และเงินอุดหนุนไม่น้อย มาพ่ายแพ้ กับพรรค NLD ซึ่งแม้นแต่หัวหน้าพรรค ก็ไม่สามารถเดินทางออกหาเสียงได้
·
พรรค NLD มีเทคนิค หรือกลยุทธ์อะไร
หรือมีเงินทุนมากมายแค่ไหน (เอามาจากไหน) หรือมีใครสนับสนุนอย่างไรทั้งทางตรงและทางอ้อม
ที่สามารถล้มกระดานรัฐบาลทหารพม่าที่แข้งแกร่งได้ และล้มอย่างไม่เป็นท่า
·
พรร NLD เป็นพรรคของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน
คนพม่าจริงหรือ หรือมีความเชื่อมโยง สัมพันธ์กันอย่างไร กับใคร ใคร
ที่อยู่เบื้องหลังฉาก หลังโรงลิเก กันแน่ จนทำให้รัฐบาลทหารพม่า ล้มกระดาน
โดยประกาศไม่ยอมรับ ผลการเลือกตั้งอย่างดื้อๆ ตาใสๆ ผ่านการประกาศของ SLORC (State
Law and Order Restoration Council) นำประเทศพม่ากลับเข้าสู่โหมด
รัฐบาลทหารอีกครั้งหนึ่ง
...พ.ศ.2535 รัฐบาลพม่า (SLORC)
ปรับเปลี่ยนนโยบาย พุทธสังคมนิยม มาเป็นกึ่งเสรีนิยม ตามแนวทางทุนนิยม
...พ.ศ.2538 รัฐบาลพม่า (SLORC) เปลี่ยนชื่อประเทศพม่า
(Burma) มาเป็นประเทศเมียนมาร์ (Myanmar)
คนพม่าเรียกตนเองว่า มระม่า หรือ บระม่า แต่ฝรั่งฟังแล้วเพี้ยน
ออกเสียงเป็น เบอร์ม่า และก็ใช้กันมาอย่างยาวนาน ซึ่งในอดีต จนถึงปัจจุบัน มระม่า
หรือ บระม่า พม่าเรียกตัวเอง คนจีนเรียกพม่าว่า เหมี่ยนเตี้ยน คนไทยเรียกพม่า อาจจะเป็นการเรียกตนเองให้ถูกต้อง
และลดความรู้สึกที่ไม่ดี ที่อังกฤษเข้าครอบครอง และเรียกตนเองว่า เบอร์ม่า
และให้หลุดพ้นจากความรู้สึกนี้ จึงเปลี่ยน เป็น เมียนมาร์ (Myanmar)
...พ.ศ.2540 การทนต่อสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ไม่ไหว
การจะดำรงค์ตน บำเบ็ญตะบะแฉกเช่นฤาษี ชีไพรนั้นมันคงไม่ตอบโจทย์ของการปกครองประเทศ
พม่ารับความเป็นทุนนิยมเข้าไป แม้นว่ามันจะเป็นแค่ทุนนิยมอ่อนๆ
คนเราเมื่อกิเลสมันเกิด ได้สัมผัส กลิ่น อาย อันหอมหวล จากรสชาด แสง สี
และความสุขสบาย ไฉนเลยพม่าจะหลุดพ้นสิ่งยั่วยวนเหล่านี้ไปได้ เงิน ทุน ความอลังกา
ความโอ่อ่า ความศิวิไล มองทางซ้าย เหลียวแลทางขวา ประเทศไทย ไทยแลนด์ สวยงาม
อลังกา บ้านเรือนงามหนักหนา แต่งตัวทันสมัย น้ำไหล ไฟสว่าง (ผ่านละครน้ำเน่า) อยากมี
อยากเห็น อยากได้ อยากเป็น จับคู่ ชูชื่น กับประเทศลาว แห่งอาณาจักรล้านช้าง
เข้าสู่แวดวงอารยะ ศิวิไล อาเซี่ยน (ASIAN)
...พ.ศ.2554 เปลี่ยนชื่อประเทศเมียนมาร์ เป็น
สาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (The Union of Myanmar change to The Republic of The Union of Myanmar ) ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ทำไมต้องเปลี่ยน ทำไมเปลี่ยนบ่อยๆ
ซึ่งที่จริงแล้วนั้น เพิ่งเปลี่ยนชื่อมาเมื่อสี่ปีที่ผ่านมานี่เอง หรือพม่า
ถือโชคชะตา แก้เคล็ด เช่นนั้นหรือ เปล่าเลย คำว่าประเทศเมียนมาร์
นั้นมันหมายถึงประเทศของชาวเมียนมาร์ เพียงอย่างเดียว
ซึ่งมันสร้างความไม่พอใจให้กับชนกลุ่มชาติพันธุ์ ชนกลุ่มน้อยในพม่า อีก135 ชนกลุ่ม พม่าต้องการรวบรวมชนกลุ่มต่างๆ ให้อยู่ด้วยกัน
สร้างอาณาจักรอันเดียวกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ชื่อประเทศ
เป็นประเทศเมียนมาร์อย่างเดียวนั้นหรือ จึงต้องเปลี่ยนใหม่ เป็นสาธารณะรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ นั่นหมายถึง
ประเทศนี้ประกอบไปด้วยรัฐต่างๆที่อยู่ด้วยกัน ในนามสหภาพเมียนมาร์
....พม่าปกครองรัฐ ชาติพันธุ์ ต่างๆ135 ชนกลุ่ม แต่มีรัฐใหญ่ๆและมีพลังอำนาจทางทหาร
จำนวนประชากร และกองทัพของตนเองทั้งหมด 7 รัฐ ได้แก่ 1.มอญ 2.ฉาน(ไทยใหญ่) 3.กระเหรี่ยง 4.กะฉิ่น 5.ฉิ่น 6.คะยา
7.ยะไข่
...พ.ศ.2558 : 8 /11/ 2558 เลือกตั้งใหญ่ในพม่า ในวันที่แปด เดือน สิบเอ็ด ปี ห้าแปด ดูเหมือนว่า
พม่าผูกพันกับเลขแปด เสียเหลือเกิน ไม่ว่า กรณี เหตุการณ์ 8.8.88 ไล่มาถึงการเลือกตั้งในครั้งนี้
ฤาเหตุการณ์มันจะย้อนรอย
.....ประเด็นที่น่าสนใจ และสังเกตุ...
·
เหตุใด อะไร จูงใจ หรือบีบบังคับให้ประธานาธิบดี เต็ง เส่ง
ต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง ในเมื่อ อำนาจเต็มยังอยู่ในมือ หรือ
มีความมั่นใจเสียเหลือเกินว่า จะชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างแน่นอน
·
หากมีการบีบบังคับจากภายนอกหรือภายในก็ตาม กฎหมายต่างๆที่ออกมาไว้ป้องกันในเรื่องความมั่นคงทั้งหลายนั้น
เต็ง เส่ง มั่นใจเป็นอย่างยิ่ง ใช่หรือไม่
หากเกิดแพ้การเลือกตั้งอย่างถล่มทลายดั่งเช่นการเลือกตั้งปี พ.ศ.2533
.....อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งในพม่าก็ดำเนินกันต่อไป
บนความคาดหวังของแต่ละฝ่าย และมีประเด็นให้สนธนา สอบถามกันต่อไปไม่รู้จบ
จนกว่าเดือนมีนาคม 2559 จะมาถึง ออง ซาน ซูจี จะเป็นเช่นไร ใครจะเป็น ประธานาธิบดี คนต่อไป
พม่าจะเปลี่ยนทิศทางไปอย่างไร หรือย้อนกลับที่เดิมอย่างที่เคยเป็น ใครเป็นคนอ้มชูรัฐบาล
ออง ซาน ซูจี ใครจะอุ้มชูรัฐบาลทหารพม่า หากทำการปฎิวัติซ้ำ ใคร
ประเทศอะไรจะเข้ามามีบทบาทนำ ในประเทศพม่า หลังจากนี้ต่อไป.......ต่างก็เป็นโจทย์ที่อธิบายและพยากรณ์ยากเสียเหลือเกินกับทหารพม่า
อะไรก็เกิดขึ้นได้
.........สวัสดี พม่า ที่รัก........
ตอนต่อไป
...พม่าสปริง “ความหนาวเหน็บของอาณาจักรพุกามที่สะท้าน
เข้าไปถึงทรวงอาณาจักรล้านช้าง และอาณาจักรขอม”
ตอนที่ 3 : เทพอสูญ 3 เกลอ ประชาธิปไตยนอมินี สัภเวสีชักใย
.....(3-2) : ความสัมพันธ์
กับมหาอำนาจจากสองซีกโลก และดุลยภาพ
......(3-2) :สปริงดีด กระแทกจากพุกาม สู่ อาณาจักรขอม
พม่าสปริง “ความหนาวเหน็บของอาณาจักรพุกามที่สะท้าน
ตอบลบเข้าไปถึงทรวงอาณาจักรล้านช้าง และอาณาจักรขอม”
ตอนที่ 3 : เทพอสูญ 3 เกลอ ประชาธิปไตยนอมินี สัภเวสีชักใย
.....(3-1) : ปฐมบท ที่มาและที่ไป
โดย ดร.ทินโน ขวัญดี .................สำนักสวนพลู
20 พฤศจิกายน พ.ศ.2558